เรื่องน้ำๆ
วันนี้ขอเสนอเรื่องที่ใกล้ตัวที่สุด นั่นคือเรื่องของการบริโภค “น้ำ” หลากหลายความเห็นและผลยืนยันต่างๆ โถมเข้ามามากมายในช่วงปีหลังๆมานี้ ทำให้กระแสการบริโภคน้ำวันละมากๆ เพื่อให้ผิวสดใส ขจัดสารพิษ และ/หรือ เพื่อบำรุงสุขภาพต่างๆตามกล่าวอ้างได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย วันนี้จะมาอธิบายการบริโภค “น้ำ” อย่างเหมาะสมเพื่อสุขภาพที่ดีครับ
Water & Human Body
ร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยน้ำจำนวนมากมาย อย่างที่ท่านๆเคยฟัง คนเรียนมาจนเบื่อ แน่นอนครับระบบร่างกายทุกส่วนต้องการน้ำร่วมด้วยในการทำให้ทุกอย่างราบรื่น ทำงานอย่างปกติและสมดุล ผมคงไม่ขยายความครับ สามารถหาอ่านได้ทั่วไป
How much
น้ำเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอต่อร่างกาย บ้างก็ว่า 8-10 แก้วต่อวัน บ้างก็ว่า 1-2 ลิตร บ้างก็ว่าดื่มให้มากที่สุด หลากหลายความเห็นและผู้เชี่ยวชาญนำเสนอข้อมูลมาต่อเนื่องตามสื่อต่างๆ ทำให้กระแสการดื่มน้ำมากขึ้นเรื่อยๆ
น้ำมีประโยชน์ต่อร่างกายมากก็จริง แต่มนุษย์เราต้องการน้ำในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น โดยขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย สภาพอากาศ
ร่างกายได้รับน้ำจากแหล่งใดบ้าง ขนาดไหนจึงจะเหมาะสม
ร่างกายเราไม่ได้รับน้ำเข้ามาทางน้ำบริสุทธิ์เพียงอย่างเดียว ผัก ผลไม้ อาหารการกินต่างๆ เวย์เชค เครื่องดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม เบียร์ ก็เป็นแหล่งของน้ำที่เรารับเข้าสู่ร่างกายเช่นกัน น้ำที่ได้รับมากเกินไปก็เกิดพิษต่อร่างกายได้ ซึ่งทำให้ร่างกายเสียสมดุล ข้อมูลนี้หลายๆท่านผู้รักสุขภาพ หรือบ้าการบริโภคน้ำอย่างหนัก จำนวนไม่น้อยคงเถียงจนกล้ามที่ลำคอขึ้น แต่ทางหลักการแพทย์แล้วจริงครับ การรับน้ำมากเกินความจำเป็นทำให้ระบบของร่างกายต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้น เพื่อปรับสมดุล และขับของเหลวชนิดนี้ออก เพื่อให้ร่างกายมีเพียงพอ
How much Exactly ???
ปริมาณน้ำที่เหมาะสมไม่ว่าจะได้รับจากแหล่งใดๆก็ตาม ควรจะมีปริมาณที่ทำให้สีของปัสสาวะ ค่อนข้างใสตลอดทั้งวัน และดื่มเมื่อสัญญาณร่างกายเตือน อย่างเช่นรู้สึกกระหายน้ำ ไม่ใช่พกขวดน้ำไว้ติดตัวดื่มทั้งวันโดยไม่ได้สนใจสัญญาณใดๆของร่างกาย การที่ปัสสาวะใสเหมือนน้ำเปล่าออกมาจากขวด เป็นสัญญาณเบื้องต้นที่บอกได้ว่า ร่างกายของคุณได้รับน้ำปริมาณมากเกินไป ควรจะมีสีที่ใสแต่ไม่ถึงกับใส่ดั่งน้ำเปล่า สำหรับผู้ที่รับวิตามินรวม หรือวิตามินอื่นเสริมเข้าไปแล้ว ควรสังเกตุถึงสีที่น่าดู ใสปนเขียวเหลืองตามวิตามินที่ถูกใช้ หรือขับออกมาจากร่างกายร่วมด้วย
ร่างกายอาจจะต้องการน้ำเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยหากรับประทานวิตามินรวม หรือสารอาหารอื่นๆ ไม่ได้ต้องการปริมาณมากมายขนาดที่จะต้องเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะทุกชั่วโมง
Toxic
อาการน้ำเป็นพิษซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากการบริโภคน้ำมากเกินไป เป็นเหตุให้เซลต่างๆบวมน้ำ และถูกทำลาย แต่เกิดขึ้นได้น้อยมากเนื่องจากร่างกายมีระบบป้องกันที่ดีในการขจัดของเสีย หากคุณไม่ได้ดื่มน้ำอย่างเอาเป็นเอาตายแล้ว อาการน้ำเป็นพิษไม่เกิดขึ้นแน่นอน
How to drink water
บ้าหรือเปล่า ? ใครๆก็ดื่มน้ำเป็น
แน่นอนครับทุกคนดื่มน้ำเป็น แต่การดื่มน้ำถูกวิธีแล้วไม่มากครับ การดื่มน้ำด้วยความไม่เร่งรีบ หรือดื่มอย่างเรื่อยๆ อาจจะเป็นลักษณะจิบน้ำให้ผลที่ดีต่อร่างกายมากกว่า การดื่มน้ำด้วยความกระหายอย่างมาก และรวดเร็วเป็นเหตุทำให้ร่างกายไม่สามารถรปรับตัวได้ทัน และเกิดผลเสียตามมาได้
แน่นอนครับทุกคนดื่มน้ำเป็น แต่การดื่มน้ำถูกวิธีแล้วไม่มากครับ การดื่มน้ำด้วยความไม่เร่งรีบ หรือดื่มอย่างเรื่อยๆ อาจจะเป็นลักษณะจิบน้ำให้ผลที่ดีต่อร่างกายมากกว่า การดื่มน้ำด้วยความกระหายอย่างมาก และรวดเร็วเป็นเหตุทำให้ร่างกายไม่สามารถรปรับตัวได้ทัน และเกิดผลเสียตามมาได้
Sport
นักกีฬามีความจำเป็นเรื่องการดื่มมากที่มากกว่าบุคคลปกติ เนื่องจากการออกกำลังกายทำให้ร่างกายเสียเหงื่อ นั้นคือการขับน้ำออกจากร่างกายทางหนึ่ง นักกีฬาที่เสียเหงื่ออย่างหนัก การจิบน้ำตลอดการออกกำลังกายทีละนิดจะเป็นผลดีมากกว่า หรือเครื่องดื่มจำพวก Electrolytes ที่มีจำหน่ายทั่วไปตามท้องตลาด การจิบปริมาณน้อยๆเป็นผลดีเช่นเดียวกัน เนื่องจากนักกีฬาที่เสียเหงื่อมากระดับเกลือแร่ของเราจะต่ำลง หากได้รับน้ำปริมาณมาก ก็จะทำให้การเจือจางระดับเกลือแร่ต่ำลงอีก ทำให้รู้สึกคลื่นไส้ มึนหัวได้
การคาดิโอทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ และระดับเกลือแร่ได้ การพกน้ำดื่ม หรือเครื่องดื่มเกลือแร่จิบเรื่อยๆตลอดการคาดิโอจะช่วยเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี บริโภคแต่พอเหมาะนะครับเนื่องจากเครื่องดื่มเกลือแร่ได้เติมน้ำตาล หรือสารอื่นๆนอกเหนือจากความจำเป็นของร่างกายไปปริมาณมาก จึงควรดื่มโดยวิธีจิบน้อยๆ แล้วสลับด้วยการจิบน้ำเปล่าจะดีกว่าครับ
Conclusion
หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว หวังว่าเพื่อนๆคงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มน้ำให้ดียิ่งขึ้นนะครับ เพื่อให้่ร่างกายได้ใช้อย่างเต็มที่และเหมาะสม อย่างไรก็ตามนักกีฬาอย่างเราๆต้องการน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อยนะครับ แต่อย่าลืมที่จะดูสีของปัสสาวะในการขับถ่าย ว่าเราดื่มน้ำเพียงพอแล้วหรือยัง ดังนั้นปริมาณที่ระบุชัดเจนคงบอกไม่ได้ครับ เพราะร่างกายไม่ได้รับน้ำจากน้ำดื่มเพียงอย่างเดียว ยังได้รับจากอาหาร ผัก ผลไม้อื่นๆอีกด้วย ส่วนเรื่องน้ำเย็น น้ำอุ่น น้ำร้อนยังไม่มีผลวิจัยที่ชัดเจนเพียงพอ ดังนั้นดื่มสลับๆกันไปตามความเหมาะสมได้ครับ ถ้ามีข้อมูลที่ชัดเจนแล้ว เราพร้อมนำเสนออีกครั้งครับ
ข้อมูลจาก:http://www.fitwhey.com/blog/เรื่องน้ำๆ/
โพสต์โดย:JUM_NCC