กรมชลฯกล้ายันปี 55 น้ำไม่ท่วมหนักซ้ำรอยปี 54 แน่
วันเสาร์ที่ 28 มกราคม 2555 เวลา 15:05 น.
มั่นใจแผนรับมือน้ำหลากเสริมคันกั้นน้ำตั้งแต่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาจนถึงอ่าวไทย กระทุ้งกทม.ต้องขุดลอกทุกคลองแม้ที่ไม่เคยลอกต้องทำเพราะปริมาณฝนยังตกมากในรอบ 30 ปี เผยกรมชลฯเดินหน้าศึกษาเตรียมขุดคลองคู่ขนาน คลองชัยนาท-ป่าสัก ทำฟลัดเวย์ฝั่งตะวันออกในปี 56 แม้ กนย.ยังไม่มีแผนชัดเจน"
วันนี้ (28 ม.ค.) นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำปี 55 ว่า สำหรับสถานการณ์น้ำปีนี้ซึ่งประชาชนกังวลกันมากว่า จะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหนักเหมือนปี 54 ซึ่งการประชุมร่วมของอนุกรรมการติดตาม และวิเคาระห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้ผลสรุปตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายลักษณะอากาศของปี 55 ว่า ปรากฏการณ์ลานินญ่ายังมีอิทธิพลและส่งผลกระทบในพื้นที่ไทย ซึ่งทำให้สถานการณ์ฝนตกมากปี 2555 แต่มีปริมาณฝนน้อยกว่า ปี 54 แต่ยังสูงกว่าเกฑณ์ค่าเฉลี่ยปริมาณฝนตกในรอบ 30 ปี ซึ่งต้องเฝ้าติดตามสภาพลักษณะฝนตกและปริมาณอย่างใกล้ชิด
นายสุเทพ กล่าวว่า ทั้งนี้แผนเร่งด่วนรับมือุทกภัยวางมาตรการไว้แล้ว โดยคณะทำงานวางแผนบริหารจัดการน้ำในเขื่อนเก็บน้ำหลักได้บริหารจัดการน้ำปี 2555 เสนอ คณะ กยน.โดยกำหนดเกฑณ์ต่ำสุด ณ วันที่ 1 พ.ค. 55 สองเขื่อนหลัก เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิต์ เกฑณ์เก็บกักจะอยู่ในระดับร้อยละ 49 และ 45 ตามลำดับ จะเปรียบเทียบให้เห็นชัดว่า การระบายน้ำระยะนี้ผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ณ วันเดียว ปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา มากกว่าปี 2554 ถึง 10เท่า ซึ่ง ณ วันนี้ ปริมาณน้ำระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 580 ลบ.ม.ต่อวินาที แต่ปีแล้วระบาย 50 ลบ.ม.ต่อวินาทีเท่านั้น จะเห็นชัดว่าการระบายน้ำออกจากเขื่อนหลักมากกว่าปี 54 มาก
"แม้ฝนเริ่มตกแล้วในภาคกลางขณะนี้จะไม่เกิดน้ำท่วมในเดือน ก.พ.แน่เพราะฝนตกมาเท่าไหร่ก็ระบายทิ้งทะเลได้ทัน มั่นใจว่าจะไม่เกิดน้ำท่วมหนักเหมือนปี 54 ไม่เกิดเหตุซ้ำรอยประวัติศาตร์แน่นอนเพราะควบคุมน้ำไม่ให้ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา 3,500 ลบ.ม.ต่อวินาที จะไม่ล้นตลิ่งทะลักบ่าเข้าพื้นที่เศรษฐกิจและกรุงเทพมหานคร ซึ่งการขุดลอกคูคลองเสริมคันกั้นน้ำให้มั่นคงแข็งแรง ซ่อมแซมประตูน้ำ คันกั้นน้ำที่ชำรุดเสียหายที่ฝั่งตะวันตก เพิ่มศักยภาพการระบายน้ำออกไปแม่น้ำสุพรรณ เพิ่มการระบายน้ำที่ประตูพลเทพ จ.ชัยนาท และ แม่น้ำท่าจีน ส่วนฝั่งตะวันออก เป็นประเด็นสำคัญต้องเน้น เพิ่มประสิทธิภาพการผันน้ำออกฝั่งตะวันออกตั้งแต่ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท เข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก มาออกคลองระพีพัฒน์และเข้าสู่พื้นที่ฟลัดเวย์ทางตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ไปลงแม่น้ำนครนายก แม่น้ำบางปะกง และออกอ่าวไทยได้สะดวกเพราะมีโครงข่ายมากมายที่เร่งระบายน้ำได้ปริมาณมาก จะทำให้ปริมาณน้ำไม่ไหลทะทักเข้าแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งอยู่ในแผนระยะเร่งด่วนที่ต้องให้ทันก่อนที่ฤดูน้ำจะมาแน่นอนก่อนเดือนส.ค.ต้องแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคูคลองในกรุงเทพฯ ต้องขุดลอกให้หมด ที่ไม่เคยลอกก็ต้องทำทุกคูคลองด้วย ซึ่งจะทำให้กรุงเทพฯ สามารถระบายน้ำได้ดีขึ้นกว่าปี 54" นายสุเทพ กล่าว
รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงโครงการฟลัดเวย์ หรือทางระบายน้ำลงสู่ทะเลโดยเร็ว ว่า กยน.ได้เสริมลงไปในแผนระยะยาว ซึ่งไม่ทราบว่าจะดำเนินเมื่อใด แต่ในส่วนของกรมชลประทานได้ศึกษาโครงการฟลัดเวย์ไปล่วงหน้าแล้วเพราะเป็นโครงการที่ต้องทำและควรทำฝั่งตะวันออกก่อน สามารถระบายน้ำลงทะเลได้โดยตรงลงแม่น้ำบางปะกงได้เลย ซึ่งกรมชลฯแผนงานที่ศึกษาไปแล้วคือการเพิ่มขีดขยายความสามารถคลองชัยนาท-ป่าสัก ให้ระบายได้ปริมาณน้ำ 1 พันลบ.ม.ต่อวินาที ลงต่อเนื่องคลองระพีพัฒน์ อาจจะเริ่มได้ดำเนินได้ในปี 2556 โดยอาจขุดคลองคู่ขนานลงมาใหม่ จะนำจากภาคเหนือลงอ่าวไทยได้เร็วขึ้นช่วยลดปัญหาน้ำท่วมภาคกลางได้อย่างมาก ส่วน ปี 55 เสริมคันบางช่วงและขุดให้ลึกบางส่วนจะสามารถรับน้ำได้มากกว่าปี 54 แน่นอน.
ข้อมูลจาก:http://www.dailynews.co.th/thailand/9788
โพสต์โดย:JUM_NCC
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น