วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เครื่องดื่ม กับยาเกี่ยวข้องกันอย่างไร

ยากับเครื่องดื่ม  "เข้าสู่ช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวัน  ผู้อ่านหลายท่านคงเตรียมตัวเลี้ยงฉลอง  เดินทางกลับภูมิลำเนา  หรือไม่ก็หยุดพักร้อนไปเที่ยวเฮฮากับเพื่อนฝูง  อาหารและเครื่องดื่มก็คงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยอย่างไรก็ตามหากมียาที่ต้อง รับประทานอยู่  เราจำเป็นต้องรู้ว่าเครื่องดื่มประเภทใดที่จำเป็นต้องงดเว้น เพื่อสุขภาพที่ดีของท่าน"
ยากับเหล้า  เบียร์  ไวน์   แอลกอฮอล์ เป็นส่วนผสมในเครื่องดื่ม  อาทิ  เหล้า  เบียร์  ไวน์  เป็นต้น  แอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาท  ทำให้สติสัมปชัญญะของเราลดลง  หากรับประทานร่วมกับยาที่มีฤทธิ์กดประสาท  เช่น  ยาแก้แพ้  ยาคลายกังวล  ยาต้านซึมเศร้า  อาจทำให้ง่วงซึม  ขาดสมาธิ  ได้มากกว่าปกติถ้ารุนแรงอาจถึงขั้นหมดสติ  และหยุดหายใจไปเลยก็ได้  แอลกอฮอล์ยังมีพิษต่อตับหากรับประทานร่วมกันกับยา  พาราเซตามอล  หรือยาอื่นที่มีผลต่อตับก็มีโอกาสทำให้เกิดตับวายเฉียบพลันได้  ยาต้าน เชื้อ  Metronidazole  เมื่อรับประทานร่วมกันกับแอลกอฮอล์จะทำให้เกิดอาการผิวหนังแดงจากการขยายตัว ของหลอดเลือด  โดยเฉพาะที่ใบหน้า  ร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน  หัวใจเต้นเร็ว  เนื่องจากแอลกอฮอล์เป็นตัวทำละลายที่ดี  อาจเปลี่ยนแปลงการดูดซึมยาหลายชนิด  โดยเฉพาะทำให้ยาบางชนิดดูดซึมได้มากขึ้น  ส่งผลให้เกิดผลข้างเคียง  จากการได้รับยาเกินขนาดได้

     ถึงแม้ว่าเราพยายามจะเลี่ยงการรับประทานยาไม่พร้อมกันก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอ ไป  ไม่ว่ายาหรือแอลกอฮอล์  เมื่อเข้าสู่ร่างกายของเรามันยังคงคั่งค้างในร่างกายไปหลายชั่วโมง  หรืออาจเป็นวันเลยก็ได้  ทั้งนี้ก็ขึ้นกับตัวยานั้น ๆ และปริมาณแอลกอฮอล์ที่เราบริโภคเข้าไป
ยากับนม  น้ำแร่  น้ำผลไม้   นม  น้ำแร่  น้ำผลไม้  มักมีแร่ธาตุและสารเคมีบางชนิดโดยเฉพาะ  แคลเซียม  ซึ่งทำปฏิกิริยากับยาที่เรารับประทานได้เป็นสารประกอบเชิงซ้อนที่ไม่ดูดซึม  เมื่อยาไม่ถูกดูดซึมหรือดูดซึมได้น้อยลง  ทำให้การรักษาไม่ได้ผล  ยาที่ไม่ควรรับประทานร่วมด้วย  ได้แก่  ยาต้านเชื้อกลุ่มเตตร้าไซคลิน (tetracycline, doxycycline)  และยาต้านเชื้อกลุ่มควิโนโลน (norfloxacin, ofloxacin, ciprofloxacin)  ยารักษาโรคกระดูกพรุนกลุ่ม  bisphosphonate (alendronate, risedronate, ibandronate)
ยากับชา  กาแฟ  เครื่องดื่มชูกำลัง   มักมีสารกระตุ้นประสาทที่รู้จักกันดีคือ  คาเฟอีน  ที่ทำให้รู้สึกสดชื่น  แต่หากได้รับมากเกินไปจะทำให้กระวนกระวาย  ใจสั่น  นอนไม่หลับและรับประทานร่วมกับยาที่กระตุ้นระบบประสาท  เช่น  pesudoephedrine  ซึ่งพบได้ในยาสูตรผสมแก้หวัดที่หาซื้อได้ทั่วไป  ก็อาจทำให้เกินอาการเหล่านั้นมากขึ้นหรือนานขึ้น  ยาบางอย่างทำให้คาเฟอีนอยู่ในร่างกายได้นานขึ้นได้แก่  ciprofloxacin  cimetidine  เมื่อต้องรับประทานยาเหล่านี้ควรงดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนชั่ว คราว
ยากับอุณหภูมิของน้ำนั้นสำคัญไฉน  ยา ชางชนิดห้ามผสมกับน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเพราะจะทำให้ยาเสื่อมสภาพ  ได้แก่  ยาปฏิชีวนะสำหรับเก็กควรใช้น้ำต้มสุกที่เย็นแล้วผสมเท่านั้น  สำหรับการรับประทานยาร่วมกับน้ำอุ่นนั้นไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด  เนื่องจากน้ำที่เราดื่มลงไปนั้น  ร่างกายได้ปรับเปลี่ยนอุณหภูมิของน้ำโดยอัตโนมัติ
น้ำเปล่ากับยาดีที่สุด  นอกจากจะไม่มีผลกับยาที่รับประทานแล้วหากดื่มในปริมาณที่เพียงพอยังช่วย ละลายยา  เพิ่มการดูดซึมและลดผลข้างเคียงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับยา  โดยเฉพาะยาที่ทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร
" ทุกครั้งที่ต้องรับประทาน  อย่าลืมอ่านข้อมูลยาบนฉลาก  หรือสอบถามเพิ่มเติมกับเภสัชกรของท่าน "

ข้อมูลจาก:http://www.siamhealthtoday.com.html
โพสต์โดย:JUM_NCC

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น